กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมสื่อสัญจร ภายใต้โครงการบริหารจัดการข้อมูลและการสร้างความตระหนักให้กลุ่มเป้าหมายในการกำกับดูแล ส่งเสริม และยกระดับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมเครือซิเมนต์ไทยท่าหลวง และพื้นที่เหมืองของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด จังหวัดสระบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น ผู้แทนผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้รับฟังข้อมูล พร้อมลงพื้นที่รับฟังการดำเนินงานจริงของเหมือง และเยี่ยมชมตัวอย่างการฟื้นฟูพื้นที่ โดยกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ กพร. ในการผลักดันให้การประกอบกิจการเหมืองแร่ดำเนินไปภายใต้กฎหมาย กฎระเบียบ เงื่อนไขการอนุญาต และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการจัดการเหมืองที่ดี ลดผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนโดยรอบ และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานอย่างยั่งยืน

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก คุณเกียรติเกษม ณ นคร ผู้จัดการส่วนเหมือง ผู้แทนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ซึ่งได้กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม จากนั้น คุณสลิลา ยรรยงสวัสดิ์ เลขานุการกรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้กล่าวเปิดกิจกรรมและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน โดยเน้นย้ำบทบาทสำคัญของ กพร. ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล ส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศ พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการสื่อสารข้อมูลด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในบริบทปัจจุบันว่า อุตสาหกรรมเหมืองแร่ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการผลิตวัตถุดิบเพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทการกำกับดูแลของรัฐและการดำเนินงานจริงของผู้ประกอบการจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผลสำรวจของโครงการสะท้อนว่า การรับรู้ที่ถูกต้องและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนและกลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มยังมีข้อจำกัดในหลายมิติ กิจกรรมสื่อสัญจรครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลบนฐานข้อเท็จจริง ผ่านการรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการลงพื้นที่จริงเพื่อเห็นกระบวนการบริหารจัดการเหมือง มาตรการกำกับดูแล และแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ช่วงแรกของการนำเสนอเป็นหัวข้อ “บทบาทของสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 6 ในการกำกับดูแลและประสานงานในพื้นที่”โดย คุณกุมพล รามรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 6 นครราชสีมา รับผิดชอบพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และสระบุรี โดยพื้นที่ดังกล่าวมีทรัพยากรแร่และกิจกรรมเหมืองแร่หลายประเภท เช่น หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ หินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง หินดินดาน ดินซีเมนต์ ดินมาร์ล เกลือหิน และโพแทช ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยการกำกับดูแลเหมืองแร่ในระดับพื้นที่ไม่ได้มีเพียงการตรวจสอบเอกสารหรือการอนุญาตเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการติดตามการดำเนินงานของผู้ประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมาย เงื่อนไขการอนุญาต และมาตรการที่กำหนดไว้ การให้ความเห็นทางวิชาการด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ ธรณีวิทยา และสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ การติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ การส่งเสริมการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประสานงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การดำเนินงานด้านเหมืองแร่เกิดความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร การพัฒนาเศรษฐกิจ และการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที

ถัดมา คุณสหรัถ สุทธากุลชัย ที่ปรึกษาและผู้จัดการโครงการ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอผลการสำรวจของโครงการฯ ผ่าน 4 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ประชาชนและภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และหน่วยงานคู่ความร่วมมือ เพื่อพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการข้อมูลและเนื้อหาที่ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และออกแบบประเด็นข้อมูลข่าวสารที่สามารถนำไปสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการสำรวจสะท้อนว่า กพร. เป็นที่รู้จักในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดยตรง เช่น ผู้ประกอบการ หน่วยงานคู่ความร่วมมือ และสื่อมวลชนบางส่วน แต่ในกลุ่มประชาชนทั่วไป การรับรู้ต่อชื่อหน่วยงาน บทบาทการกำกับดูแล ช่องทางรับข้อมูล และช่องทางร้องเรียนหรือสอบถามข้อมูลยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน ประเด็นเหมืองแร่มักถูกเชื่อมโยงกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความปลอดภัย ผลกระทบต่อชุมชน การฟื้นฟูพื้นที่ และความโปร่งใสของข้อมูล ดังนั้น การสื่อสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่จึงควรทำให้ประชาชนเห็นทั้ง “บทบาทของรัฐในการกำกับดูแล” และ “ตัวอย่างการปฏิบัติจริงของผู้ประกอบการ” ควบคู่กัน เพื่ออธิบายให้เข้าใจว่า การประกอบกิจการเหมืองแร่ที่ดีต้องดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมาย มาตรการสิ่งแวดล้อม การติดตามตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของพื้นที่อย่างไร

นอกจากนี้ คุณณัฐพล โคดี Mining Engineer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานเหมืองภายใต้แนวคิด Smart and Green Mining โดยอธิบายภารกิจของพื้นที่ท่าหลวงในการผลิตวัตถุดิบคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ให้ได้ทั้งคุณภาพและปริมาณตามความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่เหมืองอย่างปลอดภัยและยั่งยืน การนำเสนอครอบคลุมแนวทางการทำเหมืองแบบ Semi-Open Cut ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ภายในเหมือง การรักษาแนวพื้นที่กันชน หรือ Buffer Zone ระหว่างพื้นที่ดำเนินงานกับชุมชนโดยรอบ และการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อภายนอกให้มากที่สุด
บริษัทได้อธิบายกระบวนการสำคัญในการบริหารจัดการเหมือง ตั้งแต่การวางแผนเหมืองและการพัฒนาพื้นที่ การสำรวจและรังวัดด้วย Drone การใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบบ่อเหมืองและวางแผนการเดินหน้าเหมือง การผสมวัตถุดิบจากแหล่งที่มีคุณภาพหลากหลายเพื่อให้ได้คุณภาพตามที่กำหนด และการมุ่งสู่แนวคิด Zero Waste Mining ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางด้านการเจาะและระเบิดหิน เพื่อให้ได้ขนาดวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับการบดย่อย พร้อมควบคุมผลกระทบจากการระเบิดให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และชุมชนโดยรอบ

ต่อมา คุณพรศักดิ์ ไพริน License to Operate Managerบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ท่าหลวง) จำกัด ได้นำเสนอแนวทางด้าน ESG, CSR สะท้อนการทำงานร่วมกับพื้นที่ในหลายมิติ เช่น การสร้างความร่วมมือกับหมู่บ้านและชุมชน การสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอาชีพและโอกาสทางเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนแนวคิดเกษตรคาร์บอนต่ำ การริเริ่มด้านการจัดการของเสีย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การฟื้นฟูพื้นที่หลังการทำเหมือง และการประสานความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและภาคีต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ภาพของ “เหมืองที่ดี” มีความครบถ้วนมากขึ้น กล่าวคือ ต้องเป็นเหมืองที่ผลิตวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปฏิบัติตามกฎหมาย ดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคุมผลกระทบ ฟื้นฟูพื้นที่ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยรอบอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมพื้นที่เหมือง เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงานจริงภายในเหมือง เส้นทางการขนส่งภายในพื้นที่ มาตรการควบคุมความปลอดภัย และแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ ทั้งนี้ โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้แทนบริษัทและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจว่า การทำเหมืองในทางปฏิบัติต้องอาศัยทั้งการวางแผนเชิงวิศวกรรม การควบคุมกระบวนการผลิต การปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการรับฟังการดำเนินงานจริงในพื้นที่เหมือง คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชม ศูนย์เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและงานฟื้นฟูเหมือง เพื่อศึกษาตัวอย่างการฟื้นฟูพื้นที่หลังการทำเหมืองและการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ โดยข้อมูลที่จัดแสดงสะท้อนแนวคิด การฟื้นฟูเหมืองที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปรับสภาพพื้นที่ให้ปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการสร้างแหล่งน้ำสำหรับสิ่งมีชีวิต การสร้างแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ การลดการรบกวนระบบนิเวศ การปลูกพืชคลุมดิน การใช้วัสดุและเทคนิคที่ช่วยให้พืชสามารถเติบโตบนพื้นที่หินปูนหรือพื้นที่ลาดชันได้ดีขึ้น รวมถึงการสร้างแนวเชื่อมโยงทางนิเวศ หรือ Biodiversity Corridor เพื่อให้พื้นที่ที่เคยผ่านการใช้ประโยชน์สามารถกลับมาทำหน้าที่เป็นพื้นที่สีเขียวและแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตได้มากขึ้น
พื้นที่ฟื้นฟูดังกล่าวถือเป็นกระบวนการที่ต้องวางแผนและดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การจัดการดินและชั้นหิน การปลูกพืชในพื้นที่ การพัฒนาแหล่งน้ำ การสร้างฝายชะลอน้ำหรือโครงสร้างที่ช่วยกักเก็บความชื้น ไปจนถึงการติดตามผลการกลับมาของพืชและสัตว์ในพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่า การจัดทำบ่อหรือแหล่งกักเก็บน้ำรูปแบบต่าง ๆ การสร้างฝายเพื่อชะลอน้ำและลดการกัดเซาะ รวมถึงการปรับภูมิทัศน์ให้พื้นที่เหมืองมีความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศโดยรอบ

โดยสรุป กิจกรรมสื่อสัญจรครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของ กพร. ในการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่บนฐานข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ประกอบการ หน่วยงานท้องถิ่น และสื่อมวลชน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพการกำกับดูแลและการบริหารจัดการเหมืองอย่างเป็นรูปธรรม แต่ยังช่วยต่อยอดการสื่อสารข้อมูลไปยังประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนยังต้องการความชัดเจน เช่น บทบาทของ กพร. มาตรการตามกฎหมายและ EIA การติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พื้นที่กันชน การฟื้นฟูเหมือง ช่องทางการร้องเรียนหรือขอข้อมูล และแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างเหมืองกับชุมชนโดยรอบ
กพร. ยังคงมุ่งมั่นกำกับดูแล ส่งเสริม และยกระดับอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การลดผลกระทบต่อประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชน การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง และการสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตของผู้คน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
"191 บุกจับผับดัง ซ.สุภาพงษ์ พบเด็กต่ำกว่า 20 ปี เกลื่อนร้าน 45 คน เจอผู้เสพยาเสพติด"
เป็นไปตามคาด "แจ๊คกี้" คว้าชัย นั่งเก้าอี้ นายกเทศมนตรีเมืองท่าผา
“ไทยก้าวใหม่ Academy” จัดหลักสูตร Ai For All หนุนนโยบายเรียนฟรีตลอดชีวิต มุ่งUp Skill พัฒนาทุนมนุษย์รับมือยุค AI