17 กันยายน 2569

เอฟอีทีซี พัฒนาสังคมไทยยั่งยืน ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า

image

บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (FETC International (Thailand) Co., Ltd. หรือ FETCi Thailand) ผู้นำด้านระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Toll Collection: ETC) และโซลูชันการคมนาคมอัจฉริยะ เดินหน้าสานต่อพันธกิจในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "Sustainable FETCi, Sustainable Thailand" ด้วยการผสานนวัตกรรมด้านคมนาคมเข้ากับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social and Governance: ESG)

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นาย เคนนี่ เฉิน กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยพนักงานบริษัทฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรม "เวียนเทียนด้วยต้นไม้" เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ณ วัดไผ่ตัน ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานเขตพญาไท ร่วมกับ วัดไผ่ตัน ภายใต้โครงการ "ทำบุญวิถีใหม่ เวียนเทียนด้วยต้นไม้ ลดฝุ่น" การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ในการเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบริษัทว่า "ความยั่งยืนเริ่มต้นจากการลงมือทำในสิ่งเล็กๆ" เพราะทุกการกระทำ แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว

โครงการ "เวียนเทียนด้วยต้นไม้" เป็นแนวคิดการทำบุญรูปแบบใหม่ที่รณรงค์ให้ประชาชนใช้กล้าไม้แทนช่อดอกไม้ และงดการจุดธูป-เทียน เพื่อลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดปริมาณขยะจากวัสดุที่ใช้เพียงครั้งเดียว ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี กล้าไม้สามารถนำไปปลูกต่อที่บ้าน วัด หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
โครงการดังกล่าวดำเนินการทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยมีเป้าหมายแจกกล้าไม้ให้ประชาชนกว่า 8,000 ต้น และมีวัดเข้าร่วมประมาณ 300 แห่ง เพื่อร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสืบสานประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา

นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน FETCi Thailand เชื่อมั่นว่าธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไม่มีไม้กั้น (Multi-Lane Free Flow: MLFF) หรือที่รู้จักกันในประเทศไทยในชื่อ “M-Flow” มีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืน แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทแม่ บริษัท ฟาร์ อีสเทิร์น อิเล็กทรอนิกส์ โทลล์ คอลเลคชั่น จำกัด (Far Eastern Electronic Toll Collection Co., Ltd.: FETC) ผู้ให้บริการชั้นนำด้านระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบที่จอดรถอัจฉริยะในไต้หวัน

จนถึงปัจจุบัน ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ของ FETC ในไต้หวันช่วยลดการพิมพ์บัตรผ่านทางแบบกระดาษไปแล้วกว่า 69.3 พันล้านใบ ซึ่งหากนำมาเรียงซ้อนกันจะมีความสูงเทียบเท่ากับอาคารไทเป 101 ประมาณ 13,000 อาคาร (อาคารไทเป 101 มีความสูง 508 เมตร) ในด้านการประหยัดพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอน ระบบดังกล่าวช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสะสมได้ถึง 1.2 พันล้านลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำในสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิก483 สระ และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้ถึง 2.83 ล้านตัน ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีด้านคมนาคมอัจฉริยะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพื่อยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ในปี 2568 (2025) บริษัท FETC International (FETCi) และบริษัทแม่ Far Eastern Electronic Toll Collection Co., Ltd. (FETC) ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานอิสระ (Third-Party Verification) ตามมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 สำหรับการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Inventory) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการจัดทำบัญชีและการรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งสองบริษัทเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ปัจจุบัน FETCi Thailand มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยบนโครงการ มอเตอร์เวย์ M6, M81 และ M9 จากการประเมินเบื้องต้น ระบบ M-Flow บน M9 และ M81 รองรับธุรกรรมเฉลี่ยมากกว่า 98,000 รายการต่อวัน โดยแบ่งเป็น M9 เฉลี่ย 84,380 รายการต่อวัน และ M81 เฉลี่ย 14,523 รายการต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแบบดั้งเดิม ระบบ M-Flow ช่วยลดการใช้ใบเสร็จกระดาษได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยจากปริมาณธุรกรรมในปัจจุบัน ปริมาณใบเสร็จกระดาษที่ลดได้บน M9 หากนำมาเรียงซ้อนกันจะมีความสูงประมาณ 1,544 เมตร ขณะที่ M81 มีความสูงประมาณ 252 เมตร นอกจากนี้ ระบบ M-Flow ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1,185 ตันต่อปี สำหรับ M9 และประมาณ 71 ตันต่อปีสำหรับ M81 ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง บรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และยกระดับประสิทธิภาพของระบบคมนาคมขนส่งของประเทศโดยรวม

นาย เคนนี่ เฉิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟอีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า "เราเชื่อว่าการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต้องอาศัยทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เทคโนโลยีที่ดีควรสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนและสังคมโดยรวม เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมด้านระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบคมนาคมอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทย เพื่อเติบโตไปพร้อมกับประเทศอย่างยั่งยืน"

FETCi Thailand ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอัจฉริยะ พร้อมสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน ภาครัฐ และพันธมิตรทางธุรกิจ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า "ก้าวเล็กๆ ในวันนี้ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับอนาคตของสังคมไทยได้"

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.fetci.com

 

ข่าวล่าสุด

เด็กไทยดังไกลทั่วทั่วโลก ตะลึง! น้อง “ลิลลี่” อายุเพียง 15 ปี เดินแบบบนเวทีโลก (ปารีส)

เด็กไทยดังไกลทั่วทั่วโลก ตะลึง! น้อง “ลิลลี่” อายุเพียง 15 ปี เดินแบบบนเวทีโลก (ปารีส)

‘ROYS HOTEL’ Lifestyle Design Hotel แห่งใหม่ ผสานคุณค่าแรกเริ่มเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สำหรับการพักผ่อนอย่างมีสไตล์

‘ROYS HOTEL’ Lifestyle Design Hotel แห่งใหม่ ผสานคุณค่าแรกเริ่มเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย สำหรับการพักผ่อนอย่างมีสไตล์

Kidz and Kitz คว้าสิทธิ์ MANYC นำเข้า 3 IPs ยักษ์ยอดฮิต “Jujutsu Kaisen - Haikyu!! - Solo Leveling” ลุยตลาดไทยแต่เพียงผู้เดียว

Kidz and Kitz คว้าสิทธิ์ MANYC นำเข้า 3 IPs ยักษ์ยอดฮิต “Jujutsu Kaisen - Haikyu!! - Solo Leveling” ลุยตลาดไทยแต่เพียงผู้เดียว