11 มิถุนายน 2569

บุกรวบเรือจ้างผีน้อยเกาหลีใต้ 8 รายคาไวท์บอร์ด!ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสั่งการเข้ม

image

บุกรวบเรือจ้างผีน้อยเกาหลีใต้ 8 รายคาไวท์บอร์ด!ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสั่งการเข้ม
ตม. สนธิกำลัง กรมการจัดหางาน ตรวจโรงเรียนสอนภาษาชื่อดังกลางกรุง


พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดยกระดับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวกับคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบหลักของ สตม. โดยสั่งการและกำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบังคับใช้กฎหมาย  โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนเน้นลงพื้นที่ X-RAY ตรวจสอบป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่จากกรมการจัดหางาน ภายใต้การอำนวยการของ นายสนธยา กาลาศรี ผู้อำนวยการกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ปูพรมตรวจสอบโรงเรียนสอนภาษาเกาหลีชื่อดังแห่งหนึ่ง รวม 2 จุด ตั้งอยู่ที่บริเวณถนนรัชดาภิเษก และอีกจุดหนึ่งบริเวณศูนย์การค้าย่านบางนา โดยได้สั่งการให้       พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ และ พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รองผู้กำกับการสืบสวนฯ พร้อมชุดปฏิบัตินำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สังกัด กก.สืบสวน บก.ตม.1 และเจ้าพนักงานกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางานนับสิบนาย ลงพื้นที่ตรวจสอบ
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและแสดงบัตรประจำตัวขอตรวจสอบการจ้างคนต่างด้าวทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบสถานที่ลักษณะเป็นห้องกระจกย่อยๆ หลายห้อง ภายในห้องเรียนมีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ มีอุปกรณ์สื่อการเรียน การสอน เช่น หนังสือภาษาเกาหลี แบบฝึกหัดสำหรับให้นักเรียนทำ กระดานสีขาว (ไวท์บอร์ด )  สำหรับผู้สอนใช้เขียนขณะสอน  เครื่องรับโทรทัศน์ ติดตั้งอยู่บริเวณมุมห้องด้านหน้าชั้นเรียน    สำหรับแสดงสื่อการเรียน      และพบแผ่นพับโฆษณาโรงเรียนแสดงคอร์สการเรียน คิดอัตราค่าเรียนตามคอร์สประเภทต่างๆ หลายราคา มีนักเรียนคนไทยกำลังเรียนภาษาโดยมีครูเกาหลีใต้ทำหน้าที่สอน จึงได้บันทึกภาพถ่ายเป็นหลักฐานก่อนตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ของครูสอนภาษาที่พบในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมด ผลการตรวจสอบพบครูสัญชาติเกาหลีใต้ถึง 8 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 2 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวซึ่งได้รับการผ่อนผัน ให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรได้ 90 วันโดยมิต้องขอรับการตรวจลงตรา (FREE VISA) แต่บางรายอยู่ในราชอาณาจักรโดยอาศัยเหตุผลเนื่องจากมีภรรยาเป็นคนไทย  จากการสอบถามและตรวจสอบจากฐานข้อมูลกรมการจัดหางาน ทั้ง 8 รายไม่มีใบอนุญาตทำงาน  


จากการสอบสวนปากคำเบื้องต้นทั้งหมดให้การว่า พวกตนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาได้เข้ามารับจ้างทำงานที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งนี้ ซึ่งมีคนไทยคือนางสาววิภา (นามสมมติ) เป็นเจ้าของโรงเรียนและเป็นนายจ้าง โดยได้ว่าจ้างชาวเกาหลีใต้ทั้ง 8 ราย ให้ทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษาเกาหลีให้กับนักเรียนที่สมัครเข้าเรียนเป็นรายชั่วโมง ทั้งแบบออนไลน์และ ณ ที่ตั้ง โดยผู้ถูกจับรายที่ทำงานมานานที่สุด ทำงานสอนภาษาเกาหลีมาเป็นเวลามากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ผู้ถูกจับส่วนใหญ่ จะได้รับเงินค่าจ้างสอนออนไลน์ได้ค่าจ้างรายชั่วโมงละ 200 บาท หากเป็นการสอน ณ ที่เรียน จะได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 350 บาท และได้รับค่าจ้างทั้งในรูปแบบเงินสดและการโอนเข้าบัญชี จากนางสาววิภาฯ ซึ่งเป็นนายจ้าง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับชาวเกาหลีใต้ทั้ง 8 รายทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ”  อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 และแจ้งข้อกล่าวหานางสาววิภาฯ ในฐานะนายจ้าง ในข้อหา


“รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 จากนั้นควบคุมตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวกล่าวสอบถาม พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ซึ่งได้กรุณาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากเบาะแสสำคัญของพี่น้องประชาชนที่เป็นหูเป็นตา และเป็นความร่วมมือในการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งระหว่างสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน นอกจากนี้ยังขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า การกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว เป็นความผิดตามกฎหมาย และเป็นสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตระหนักและกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลังความสามารถ ดังที่ปรากฏในสื่อกระแสหลักและช่องทางอื่นๆ เสมอมา หากพี่น้องประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง หรือที่ หมายเลข 1178 จักขอบพระคุณยิ่ง

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

INT มหิดล ชูโมเดล สร้าง Startup ไทยให้ประสบความสำเร็จ เผย “รากฐานและทีม” คือหัวใจสำคัญ

INT มหิดล ชูโมเดล สร้าง Startup ไทยให้ประสบความสำเร็จ เผย “รากฐานและทีม” คือหัวใจสำคัญ

สืบโคกครามรวบยกแก๊งวิ่งราวทรัพย์นักธุรกิจชาวจีน อ้างแลกเงินหยวนก่อนฉกเงินสด 1.96 แสนบาท

สืบโคกครามรวบยกแก๊งวิ่งราวทรัพย์นักธุรกิจชาวจีน อ้างแลกเงินหยวนก่อนฉกเงินสด 1.96 แสนบาท

สายตรวจหัวหมาก ตาไวจับพิรุจหนุ่ม เชียงราย ยืนกดเงินสดกว่า 6 แสน อ้างมีคนจีนจ้างมากดเงิน

สายตรวจหัวหมาก ตาไวจับพิรุจหนุ่ม เชียงราย ยืนกดเงินสดกว่า 6 แสน อ้างมีคนจีนจ้างมากดเงิน