18 มิถุนายน 2569

ดร.แก้ว"ร่วมประชุม กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด

image

"ดร.แก้ว"ร่วมประชุม กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด พิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียนกรณี บริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน

โดยคณะ กมธ.มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายเลิศศักดิ์  พัฒนชัยกุล ประธานคณะ กมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด พร้อม นายปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด และคณะแถลงผลการพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียนกรณี บริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน อันเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งคณะ กมธ.ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เสียหายเข้าร่วมประชุม โดยได้รับข้อมูลว่า บริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ประเภทที่ 1 แบบไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง จากสำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นโครงข่ายเสมือนหรือ MVNO โดยเช่าโครงข่ายจาก บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (NT) และได้ขออนุญาตจดทะเบียนประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเมื่อปี พ.ศ. 2565 เพื่อจำหน่ายสินค้าน้ำดื่ม ต่อมาได้ยื่นขอเพิ่มผลิตภัณฑ์สินค้าเป็นอาหารเสริม เสื้อผ้า และเครื่องสำอาง ทั้งนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 สำนักงาน กสทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีบริษัท เคโฟร์ฯ มีการโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนลงทุนผ่านแอปพลิเคชันภายใต้การให้บริการ MVNO ในชื่อโครงการ “ซิมปันสุข” เพื่อทำการตลาดและกระจายซิมการ์ด แต่บริษัท เคโฟร์ฯ ดำเนินการผิดเงื่อนไขในการอนุญาตเนื่องจากมีลักษณะจูงใจผู้ใช้บริการโดยมอบผลประโยชน์ตอบแทนในลักษณะธุรกิจเครือข่าย ซึ่งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนถูกหลอกให้ลงทุนได้แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้บริหาร บริษัท เคโฟร์ฯ ปัจจุบัน กสทช. ได้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ กสทช. เพื่อพิจารณาให้บริษัท เคโฟร์ฯ สิ้นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ด้วยเหตุถูกดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บริษัท เคโฟร์ฯ มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เพราะมีการชักชวนประชาชนมาร่วมลงทุน และเสนอผลตอบแทนในอัตรา 72 บาท ต่อวัน จำนวน 500 วัน คิดเป็นร้อยละ 219 ซึ่งเกินจากอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด และบริษัทได้นำเงินที่ชักชวนมาลงทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ลงทุนรายอื่นด้วย ดังนั้นจึงเข้าข่ายการให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะเป็นพยานในคดีนี้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง จึงมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ดังนี้
1. ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งความได้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ 
2. ขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งรัดพิจารณาเพิกถอนการระงับใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมของบริษัท เคโฟร์ฯ โดยเร็ว เพื่อมิให้หลอกลวงประชาชนรายอื่น
3. ขอให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังระบุให้ชัดเจนว่ามีการกระทำความผิดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
4. ขอให้เลขาธิการ ปปง. ใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้บริหาร บริษัท เคโฟร์ฯ โดยเร็ว เพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดโอน จำหน่าย ยักย้าย ซ่อนเร้นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด และประกาศให้ผู้เสียหายยื่นขอรับการคุ้มครองสิทธิต่อไป
5. ขอให้ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ เพื่อนำใบแจ้งความเป็นหลักฐานในการยื่นขอคุ้มครองสิทธิ โดยยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหายต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90 วัน หลังจาก ปปง. ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการยื่นคำร้องดังกล่าว เพื่อขอรับการเฉลี่ยเงินคืน

ภาพข่าว

ข่าวล่าสุด

สว.สิ่งแวดล้อม "ชีวะภาพ" ลุยล้างบางทุนกร่างสั่งชายฉกรรจ์ปิดถนนสาธารณะ

สว.สิ่งแวดล้อม "ชีวะภาพ" ลุยล้างบางทุนกร่างสั่งชายฉกรรจ์ปิดถนนสาธารณะ

“กินกิน” จากเรือประมงระยองสู่ร้านซีฟู้ดกลางกรุง ที่ความสดคือหัวใจของทุกจาน

“กินกิน” จากเรือประมงระยองสู่ร้านซีฟู้ดกลางกรุง ที่ความสดคือหัวใจของทุกจาน

NITMX เปิดตัว NITMX Fintech Bootcamp 2026 ยกระดับจาก Hackathon สู่แพลตฟอร์มสร้าง Tech Talent ปั้นคนรุ่นใหม่สู่อนาคตการเงินดิจิทัลไทย

NITMX เปิดตัว NITMX Fintech Bootcamp 2026 ยกระดับจาก Hackathon สู่แพลตฟอร์มสร้าง Tech Talent ปั้นคนรุ่นใหม่สู่อนาคตการเงินดิจิทัลไทย